วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

7. ปัจจัยความสำเร็จในการจัดการความรู้


http://www.gotoknow.org/posts/285413   ได้รวบรวมไว้ว่า ปัจจัยที่ทำให้ KM ประสพความสำเร็จในองค์กร
1. วัฒนธรรมและพฤติกรรมของคนในองค์กร
คนในองค์กรต้องมีความเจตคติที่ดีในการสร้างความรู้ใหม่  แบ่งปันความรู้ และนำความรู้ที่มีอยู่มาเป็นฐานในการต่อยอดความรู้ของคนรุ่นใหม่ต่อไป  องค์กรเองต้องมีวัฒนธรรมภายในแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจ และให้เกียรติกัน เคารพในสิทธิและความคิดของผู้ร่วมงานในทุกระดับแม้เป็นบุคลากรระดับล่างก็ตามการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเรื่องแม้แต่สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาดในอดีตที่สำคัญต้องสามารถถอดประสบการณ์มาเป็นความรู้ตัวอักษรที่ให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ ต้องเป็นคนช่างคิดช่างฝัน
2. ผู้นำ และการสร้างกลยุทธ์
ผู้บริหารระดับสูงต้องมีความเชื่อในคุณค่าของคนและความรู้ที่มีในองค์กร เข้าใจในลักษณะของปัญหาและพันธะกิจขององค์กร ส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นมืออาชีพในด้านต่างๆให้เกิดขึ้น ค้นหาและเชิดชูกระบวนการทำงานที่เป็นเลิศจากหน่วยงานภายใน  เป็นต้นแบบแห่งการเป็นผู้ริเริ่มในการแบ่งปันและเรียนรู้  กำหนดทิศทางในการพัฒนาระบบการจัดการความรู้ภายใน วางกลยุทธ์ในการจัดทำระบบการจัดการองค์ความรู้ที่จะประสพผลสัมฤทธิ์
 3. Technology
ความพร้อมของอุปกรณ์ทันสมัยของเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนการทำงานและการเรียนรู้ของคนในองค์กรได้ การสร้างฐานข้อมูลและการจัดการระบบฐานข้อมูลตลอดจนวิธีการที่จะทำให้คนยอมใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นสื่อกลางในการรวบรวมและส่งต่อขององค์ความรู้ ที่สำคัญคือสร้างระบบการป้องกันไม่ให้คนนอกเข้ามาก่อกวนและทำความเสียหายแก่ระบบฐานข้อมูลภายในได้ ขณะเดียวกัน KM ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์แพงๆเพื่อสร้างฐานข้อมูลขนาดยักษ์แต่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานของคนส่วนใหญ่ในองค์กร ผู้ที่ดูแลระบบนี้ต้องมีใจเปิดกว้างและมีความเพียรพยายามที่จะให้บริการแก่ผู้ใช้  เพื่อให้ฐานข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์เอื้อประโยชน์ให้คุ้มค่าเงินที่ลงทุนไป อย่าลืมว่าระบบเหล่านี้หมดอายุขัยเร็วมากภายในไม่กี่ปี


4.   การวัดผลและการนำไปใช้
จัดทำระบบการติดตามและวัดผลของการจัดการความรู้และประโยชน์จากการนำไปใช้ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนให้คนในองค์กรมีความกระหายอยากเรียนรู้และอยากมีส่วนร่วมในการสร้างฐานความรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
5.       โครงสร้างพื้นฐาน
        การวางระบบการบริหารจัดการ  การรวบรวมข้อมูล และการรายงานผลการดำเนินการต่างๆที่จะเอื้อให้แผนงานของการจัดการความรู้ประสพผลสำเร็จ


นฤมล รื่นไวย์ (http://kmlite.wordpress.com/2010/06/18/v3i3-06/ได้รวบรวมไว้ว่า
1. วัฒนธรรม ในงานศึกษาวิจัยบางชิ้น ได้เสนอผลการวิจัยไว้อย่างน่าสนใจว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ลักษณะ KM ควรกระทำใน วัฒนธรรมฉันกัลยาณมิตรอันนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วว่า ถ้าเรารักเราหวังดีกับใคร หรือไว้ใจใคร หรือคิดว่าใครรักและหวังดีกับเรา เราก็จะเปิดใจให้คนนั้นมากกว่าคนอื่น มีความรู้อะไรดีๆ ก็อยากจะถ่ายทอด เราเคยมีการสร้างภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับการทำ KM องค์กรจะต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้ผลิต (ความรู้) ขึ้นมา
2. การใช้ IT เข้ามาเป็นเครื่องมือในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เกิดทางเลือกที่หลากหลาย มีความสะดวก และรวดเร็ว กระตุ้นจูงใจให้พนักงานอยากเข้ามาเรียนรู้หรือแลกเปลี่ยนความรู้
3.ความเข้มแข็งของแกนนำ ตรงนี้ไม่ได้กล่าวถึงแกนนำทางการเมือง แต่แกนนำในที่นี้หมายถึงผู้บริหาร และ Chief Knowledge Officer หรือ CKO ของหน่วยงาน ซึ่งจะต้องลุกขึ้นมาแสดงบทบาทนำอย่างชัดเจน เอาจริงเอาจัง และสม่ำเสมอ
4. ความพอใจของพนักงาน ตรงนี้น่าจะสำคัญมากๆ เพราะถ้าพนักงานหรือ ผู้รู้ไม่ยินดีในการแลกเปลี่ยนหรือไม่สบอารมณ์ในการเรียนรู้เสียแล้ว ความรู้นั้นก็จะยังคงเก็บกักไว้เป็น tacit knowledge หรืออยู่แต่ในสมองของคนๆ นั้นไปอีกนานเท่านาน แล้วก็จะมีผลกระทบไปถึงวัฒนธรรม เพราะการดำเนินการเพื่อทำให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะล้มเหลว
5. การวางแผนที่ดีขององค์กร และการนำแผนไปปฏิบัติ หลายหน่วยงานประสบปัญหาว่า มีแผนที่ดี แต่มีการปฏิบัติที่เลว คือ ปฏิบัติอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้ครบตาม KPI กำหนดไปปีหนึ่งๆ โดยไม่มีการประเมินผล หรือไม่สนใจว่าผลงานที่ทำนั้นๆ มีคุณภาพหรือไม่ หรือที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือ มีแผน แต่ไม่ทำตามแผนอย่างตลอดรอดฝั่ง ทิ้งไปกลางคันแบบครึ่งๆ กลางๆ


พรรณี  สวนเพลง  ( 2552 : 177)  ได้กล่าวไว้ว่า ปัจจัยที่เอื้ออำนวยและส่งเสริมที่ทำให้องค์กรสามารถจัดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ได้ประสบผลสำเร็จ มีดังนี้
1.ภาวะผู้นำ เป็นการกำหนดทิศทาง ความเชื่อมโยง และค่านิยม เพื่อก่อให้เกิดความมุ่งมั่นรวมทั้งองค์กร และการประเมินผลลัพธ์จากที่คาดหวังไว้
2.โครงสร้าง เป็นรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อเสริมการจัดการความรู้ต้องกำหนดและแสดงออกเป็นพฤติกรรม เป็นวัฒนธรรม มุ่งสู้องค์กรการเรียนรู้ และแบ่งปันองค์กรความรู้ด้วยกัน
3.เทคโนโลยีและกระบวนการ สิ่งที่สำคัญคือ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย เพื่อให้การจัดการข้อมูลสารสนเทศและองค์กรความรู้ก่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและง่ายต่อการใช้งาน
4.การให้รางวัลและการยอมรับ  เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์เพราะการที่ผู้เชี่ยวชาญทางองค์กรจะแบ่งปันหรือถ่ายโอนองค์ความรู้ของตนออกมา ควรเกิดจากความสมัครใจเป็นหลัก และจะเป็นจริงได้ ต้องมีแรงเกื้อหนุนและแรงจูงใจเป็นสำคัญ
5.การวัดและประเมิลผล  หากไม่มีการวัดและการประเมินผล เราไม่สามารถจัดการหรือปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้นได้
6.ความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถ ของทีมงานเกี่ยวข้องกับการจัดการองค์ความรู้
7.การจัดการ เป็นส่วนที่ช่วยส่งเสริมสร้างให้ทุนปัญญาในองค์กรที่มีระดับสูง ดังนั้นการจัดการองค์กรความรู้ จึงเป็นเกณฑ์การพิจารณาและเป็นภารกิจขององค์กรเพื่อมุ่งสู่องค์กรที่เป็นเลิศ ซึ่งทุกส่วนล้วนเป็นสิ่งสำคัญสำคัญและขาดมิได้

สรุป
ปัจจัยที่ทำให้ KM ประสพความสำเร็จในองค์กร
1. วัฒนธรรมและพฤติกรรมของคนในองค์กร
2. ผู้นำ และการสร้างกลยุทธ์  ความเข้มแข็งของแกนนำ 
 3. Technology  การใช้ IT 
4.   การวัดผลและการนำไปใช้
5.   โครงสร้างพื้นฐาน
6. ความพอใจของพนักงาน 
7. การวางแผนที่ดีขององค์กร และการนำแผนไปปฏิบัติ 
8.การให้รางวัลและการยอมรับ 
9.ความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถ ของทีมงานเกี่ยวข้องกับการจัดการองค์ความรู้
10.การจัดการ

ที่มา :
http://www.gotoknow.org/posts/285413 . [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556.
นฤมล รื่นไวย์  http://kmlite.wordpress.com/2010/06/18/v3i3-06/ . [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556.
พรรณี  สวนเพลง. ( 2552 ).  เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมสำหรับการจัดการความรู้. กรุงเทพฯ:ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด มหาชน.


6. กระบวนการจัดการความรู้


http://203.157.19.120/km_ict/?p=392    ได้รวบรวมไว้ว่า กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) เป็นกระบวนการแบบหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงขั้นตอนที่ทำให้เกิดกระบวนการจัดการความรู้  หรือพัฒนาการของความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร  ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้
1)   การบ่งชี้ความรู้    เช่น  พิจารณาว่า วิสัยทัศน์/ พันธกิจ/ เป้าหมาย คืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องรู้อะไร , ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง, อยู่ในรูปแบบใด, อยู่ที่ใคร
2)   การสร้างและแสวงหาความรู้   เช่น การสร้างความรู้ใหม่, แสวงหาความรู้จากภายนอก, รักษาความรู้เก่า, กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว
3)   การจัดความรู้ให้เป็นระบบ   เป็นการวางโครงสร้างความรู้  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้ อย่างเป็นระบบในอนาคต
4)   การประมวลและกลั่นกรองความรู้   เช่นปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน, ใช้ภาษาเดียวกัน, ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์
5)   การเข้าถึงความรู้   เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้นั้นเข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), Web board ,บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
6)   การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้   ทำได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทำเป็น เอกสาร, ฐานความรู้, เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge อาจจัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน, กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม, ชุมชนแห่งการเรียนรู้, ระบบพี่เลี้ยง, การสับเปลี่ยนงาน, การยืมตัว, เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น
7) การเรียนรู้   ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่น เกิดระบบการเรียนรู้จาก  สร้างองค์ความรู้ > นำความรู้ไปใช้ > เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

http://www.thaiall.com/km/indexo.html   ได้รวบรวมไว้ว่า  กระบวนการจัดการความรู้มี 6 กิจกรรม ดังนี้
 1) การกำหนดความรู้หลักที่จำเป็นต่องานหรือกิจกรรมขององค์กร
2) การเสาะหาความรู้ที่ต้องการ
3) การปรับปรุง ดัดแปลง หรือสร้างความรู้บางส่วน ให้เหมาะต่อการใช้งาน
4) การประยุกต์ใช้ความรู้ในกิจการงานของตน
5) การนำประสบการณ์จากการใช้ความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาบันทึกไว้
6) การจดบันทึก ขุมความรู้ แก่นความรู้ สำหรับไว้ใช้งาน


http://rh.anamai.moph.go.th/all_file/KM-53/KM%20Process.pdf  ได้รวบรวมไว้ว่า กระบวนการจัดการความรู(KM Process) เปนกระบวนการแบบหนึ่งที่จะชวยใหองคกรเขาใจถึงขั้นตอนที่ทําใหเกิดกระบวนการจัดการความรูหรือพัฒนาการของความรูที่จะเกิดขึ้นภายในองคกรซึ่งองคกรจะตองมองภาพรวมของปจจัยแวดลอมภายในองคกรที่จะสงผลกระทบตอกระบวนการจัดการความรูขององคกรซึ่งมีขั้นตอนทั้งหมด 7 ขั้นตอน ดังตอไปนี้
 1. การบงชี้ความรูที่จําเปนตองมี
 2. การสรางและแสวงหาความรู
                3. การจดการความรู้ใหใหเปนระบบ
 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู
                5. การเขาถึงความรู
 6. การแบงปนแลกเปลี่ยนความรู
 7. การเรียนรู้




สรุป
กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process)   ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้
1)   การบ่งชี้ความรู้    
2)   การสร้างและแสวงหาความรู้   
3)   การจัดความรู้ให้เป็นระบบ  
4)   การประมวลและกลั่นกรองความรู้   
5)   การเข้าถึงความรู้   
6)   การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้   
7) การเรียนรู้   
8. การจดบันทึก ขุมความรู้ แก่นความรู้ สำหรับไว้ใช้งาน


ที่มา :
http://203.157.19.120/km_ict/?p=392 . [ ออนไลน์ ] เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556.
http://www.thaiall.com/km/indexo.html . [ ออนไลน์ ] เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556.
http://rh.anamai.moph.go.th/all_file/KM-53/KM%20Process.pdf . [ ออนไลน์ ] เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556.



วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

5. องค์ประกอบของการจัดการความรู้


                
    กรมประชาสัมพันธ์ (http://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=1736&filename=km_web)   ได้รวบรวมไว้ว่า
องค์ประกอบที่สำคัญของการจัดการความรู้ คือ คน เทคโนโลยี และกระบวนการความรู้ (Knowledge Process)
 "คน”  เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นแหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
 "เทคโนโลยี”  เป็นเครื่องมือที่ช่วยค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำความรู้ไปใช้ได้ง่ายและ รวดเร็วขึ้น
  "กระบวนการความรู้ (Knowledge Process)”  เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปให้ผู้ใช้ เพื่อให้เกิดการปรับปรุง และนวัตกรรม โดยองค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วนนี้ต้องเชื่อมโยงและบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม

                   การที่องค์กรได้นำวิธีการจัดการความรู้มาใช้ในการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรแล้ว จะเห็นได้ว่าเกิดประโยชน์มากมาย ทั้งเป็นการเพิ่มคุณภาพและศักยภาพขององค์กร โดยมีการนำความรู้ที่มี อยู่เดิม (ความรู้เก่า) นำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ก็จะก่อให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นอีก และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น จนกลายเป็นวงจรแห่งการเรียนรู้ที่เพิ่มพูนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



เสาวลักษณ์ สงวนพานิช (http://www.stou.ac.th/study/sumrit/10-53(500)/page7-10-53(500).html)  ได้รวบรวมไว้ว่าองค์ประกอบการจัดการความรู้ มีดังนี้

ผู้นำและกลยุทธ์
          ผู้นำหรือผู้บริหาร มีความสำคัญต่อการดำเนินการจัดการความรู้ เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมาย และเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้ ผู้บริหารต้องมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลลัพธ์ของการจัดการความรู้ ต้องให้การสนับสนุนทรัพยากรงบประมาณ และเวลา อย่างพอเพียง
วัฒนธรรมองค์กร
          เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ส่งผลให้การจัดการความรู้ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ระหว่างบุคคลในองค์กร
โครงสร้างพื้นฐานและทีม
         โครงสร้างพื้นฐาน เป็นปัจจัยพื้นฐานหลักที่สนับสนุนให้ปัจจัยอื่นๆ ทำหน้าที่ได้เต็มที่ ส่งผลให้การบริหารจัดการความรู้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเป็นโครงสร้างทางด้านการบริหารงานจัดการความรู้ขององค์การ ซึ่งมีทั้งสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ
เทคโนโลยีและการสื่อสาร
          เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การติดต่อ สื่อสาร และเชื่อมโยงคนภายในและภายนอกองค์กรสะดวกและรวดเร็วขึ้น ไม่มีข้อจำกัดทั้งด้านเวลาและระยะทาง และเป็นแหล่งข้อมูล จึงมีบทบาทสำคัญของการจัดการความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน 
การวัดและประเมินผล
          ผู้บริหารควรกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์ เพื่อใช้ประเมินผล เป็นกลไกขับเคลื่อนการจัดการความรู้ของแต่ละฝ่ายฯและองค์การเพราะจะทำให้ทราบความก้าวหน้า และปรับปรุงงานให้ดีขึ้นได้ ใช้ติดตาม(Monitor) การทำงาน แล้วนำมาทบทวนแก้ไขข้อบกพร่องของกระบวนการต่างๆและปรับปรุงให้ประสบผลสำเร็จ



                    http://teacher80std.blogspot.com/2012/07/114.html   ได้รวบรวมไว้ว่า องค์ประกอบการจัดการความรู้ มีดังนี้
1) บุคลากร(ครู)  หมายถึง ครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ภูมิปัญญา หรือผู้ที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมทางการศึกษา เป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการจัดการศึกษา
2) ข้อมูล/ความรู้  หมายถึง ข้อมูล ความรู้ หรือประสบการณ์ต่างๆที่อยู่ในบุคลากร(ครู) สาระเนื้อหาการเรียนรู้ (ตาม)หลักสูตร สื่อ และองค์ประกอบอื่นๆ ที่ใช้ในการเรียนรู้ ถูกนำมาบูรณาการเพื่อการเรียนรู้ และการเข้าถึง นำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
3) เทคโนโลยีและการสื่อสาร หมายถึง เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน นำความรู้ไปใช้ได้อย่างง่ายและรวดเร็วขึ้น การจัดการความรู้ มีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสนับสนุนและเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง คือระบบสารสนเทศ ระบบการเรียนรู้ ระบบการสื่อสาร และระบบสนับสนุน กระบวนการ กระบวนการประกอบด้วยขั้นตอน การแสวงหา การสร้าง การเก็บและเรียกใช้ การถ่ายโอน
4) วิธีการและกระบวนการ หมายถึง วิธีการบริหารและจัดการเพื่อนำมวลความรู้ จากแหล่งความรู้นำไปเผยแพร่ในระบบอย่างมีระบบและประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้สูงสุด


สรุป
องค์ประกอบที่สำคัญของการจัดการความรู้ คือ คน เทคโนโลยี วิธีการ กระบวนการความรู้ ข้อมูล ความรู้   โครงสร้างพื้นฐานและทีมงาน  วัฒนธรรมองค์กร  การวัดและประเมินผล
การที่องค์กรได้นำวิธีการจัดการความรู้มาใช้ในการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรแล้ว จะเห็นได้ว่าเกิดประโยชน์มากมาย ทั้งเป็นการเพิ่มคุณภาพและศักยภาพขององค์กร โดยนำความรู้ที่มาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ก็จะก่อให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นอีก และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น



ที่มา :
กรมประชาสัมพันธ์ http://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=1736&filename=km_web . [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.
เสาวลักษณ์ สงวนพานิช http://www.stou.ac.th/study/sumrit/10-53(500)/page7-10-53(500).html . [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.
http://teacher80std.blogspot.com/2012/07/114.html . [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.


4. เป้าหมายการจัดการเรียนรู้

  
 http://www.ict.su.ac.th/th/knowledge-management/knowledge-management.html ด้รวบรวมไว้ว่า   เป้าหมายการจัดการเรียนรู้มีดังนี้
                 งาน พัฒนางาน
                  คน พัฒนาคน
                  องค์กร   เป็นองค์กรการเรียน
            ความเป็นชุมชนในที่ทำงาน การจัดการความรู้จึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง นี่คือ หลุมพรางข้อที่ 1 ของการจัดการความรู้ เมื่อไรก็ตามที่มีการเข้าใจผิด เอาการจัดการความรู้เป็นเป้าหมาย ความผิดพลาดก็เริ่มเดินเข้ามา อันตรายที่จะเกิดตามมาคือ การจัดการความรู้เทียม หรือ ปลอม เป็นการดำเนินการเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามีการจัดการความรู้ การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้ แรงจูงใจ การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้เป็นก้าวแรก ถ้าก้าวถูกทิศทาง ถูกวิธี ก็มีโอกาสสำเร็จสูง แต่ถ้าก้าวผิด ก็จะเดินไปสู่ความล้มเหลว ตัวกำหนดที่สำคัญคือแรงจูงใจในการริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้
     

               http://portal.in.th/learninghome/pages/12088/  ได้รวบรวมไว้ว่า  เป้าหมายของการจัดการความรู้มีดังนี้
การจัดการความรู้มีเป้าหมาย 3 ประการใหญ่ ๆ ได้แก่
    

 (1) เพื่อพัฒนางาน ให้มีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น
    

 (2) เพื่อการพัฒนาคน คือ พัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในที่นี้
ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อย
    

 (3) เพื่อการพัฒนา "ฐานความรู้" ขององค์กรหรือหน่วยงานหรือทุนปัญญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรลดความยากลำบากหรือความไม่แน่นอนในอนาคตลง
     
        การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่เป็นวงจรต่อเนื่อง เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป้าหมาย คือ การพัฒนางานและพัฒนาคน โดยมีความรู้เป็นเครื่องมือ มีกระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ
             
                 https://sites.google.com/site/imformation5245/home/pea-hmay-laea-prayochn-khxng-kar-cadkar-khwam-ru   ได้รวบรวมไว้ว่า เป้าหมายของการจัดการความรู้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นการจัดการเพื่อให้ ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมทางการศึกษาได้รับความรู้ความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย 4 ประการดังนี้
1) บรรลุเป้าหมายของงาน ทำให้งานมีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2) บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคน ทำให้บุคลากรทุกคนเป็น “บุคคลเรียนรู้
3) บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรเรียนรู้  เนื่องจากบุคลากรในองค์กรเป็นบุคคลเรียนรู
4) บรรลุความเป็นชุมชน ทำให้บุคลากรในองค์กรมีการปฏิสัมพันธ์กัน สร้างความเอื้ออาทรระหว่างกันในองค์กร
                
            ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่มีอยู่หรือความรู้ที่ได้จากการแสวงหาจากแหล่งความรู้ต่างๆมาพัฒนาคุณภาพของงานและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรอย่างมาก



สรุป
เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ คือ เป้าหมายของการจัดการความรู้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นการจัดการเพื่อให้ ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมทางการศึกษาได้รับความรู้ความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ดังนี้
     1.   งาน   พัฒนางานให้มีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น       
     2.     คน    พัฒนาคนพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน
     3.    องค์กร   เป็นองค์กรการเรียนเพื่อการพัฒนา ฐานความรู้ขององค์กรหรือหน่วยงานหรือทุนปัญญาขององค์กร



ที่มา :
http://www.ict.su.ac.th/th/knowledge-management/knowledge-management.html [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.
http://portal.in.th/learninghome/pages/12088/ [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.

https://sites.google.com/site/imformation5245/home/pea-hmay-laea-prayochn-khxng-kar-cadkar-khwam-ru [ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556.